TGOcity

เมืองใหม่ ไร้ทรราช
แผนการล้มระบอบประชาธิปไตย แบบที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข « ประเด็นข่าวร้อน « เหตุบ้านการเมือง
 
Wed, 25 Nov 2009, 12:10pm #1
goodness
TGO **
308
Registered: Jun, 2009
Last visit: Thu, 18 Feb
Posts: 91
วันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11329 มติชนรายวัน หน้า 6
แผนการล้มระบอบประชาธิปไตย แบบที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

โดย วสิษฐ เดชกุญชร

ใน มติชน ฉบับวันอังคารที่ 16 ธันวาคม 2551 ผมเขียนเรื่อง "หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์" เพื่อเตือนท่านผู้อ่านให้รู้ว่า คนไทยบางคนมีพฤติการณ์ลบหลู่หรือหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ อาจเป็นเพราะหลง เชื่อตามวิชาการฝรั่งที่ตนได้เรียนมา ในบทความนั้น ผมได้เรียกร้องให้ญาติมิตรช่วยกันเตือนห้ามปราม ให้คนไทยประเภทนั้นยุติพฤติการณ์ของตน

มาถึงวันนี้ สามเดือนให้หลัง ผมแน่ใจเสียแล้วว่า พฤติการณ์ลบหลู่หรือหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์นั้น เป็นแต่เพียงส่วนหนึ่ง ของแผนการที่ใหญ่และล้ำลึกกว่านั้น

แผนการที่ว่านี้ คือแผนการล้มการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
ที่ผมสงสัยเช่นนี้ก็เพราะว่า การลบหลู่และหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ที่เกิดขึ้นแล้วนั้น แม้จะดูเหมือนต่างคนต่างกลุ่มต่างทำ แต่ก็เกิดพร้อมหรือในเวลาไล่เรี่ยกัน เหมือนนัดหรือมีคนบงการหรือประสานงาน ทั้งยังเป็นไปอย่างต่อเนื่องด้วย เริ่มเมื่อต้นเดือนธันวาคม 2551 เมื่อสิ่งพิมพ์ต่างประเทศบางฉบับปรักปรำพระ มหากษัตริย์ด้วยข้อเขียนที่ก้าวร้าว พร้อมๆ กับที่ "นักวิชาการ" ฝรั่งระดับศาสตราจารย์ซึ่งเคยเป็นที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงของประธานาธิบดี สหรัฐอเมริกา ก็เขียนและเผยแพร่บทความโจมตีพระมหากษัตริย์ในทำนองเดียวกัน และยังมีพฤติการณ์อย่างอื่นของคนกลุ่มอื่น รวมทั้งชาวต่างประเทศ ที่ดูเหมือนจะทำโดยเจตนาจะให้เห็นว่า การปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขนั้น จำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน และเป็นอุปสรรคของการ "พัฒนา" ประชาธิปไตยในเมืองไทย

เมื่อต้นเดือนมีนาคมนี้เอง "นักวิชาการ" ไทยและฝรั่งกลุ่มหนึ่ง นำโดยคนไทยที่ไปเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยในอเมริกา ได้เข้าชื่อกันมีจดหมายถึงนายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้มีการปฏิรูปกฎหมายอาญา ในส่วนที่ว่าด้วยการหมิ่นประมาทพระมหา กษัตริย์ ที่เรียกเป็นภาษาฝรั่งว่า lese majeste จดหมายฉบับนี้ เรียกร้องให้ยุติมาตรการปราบปรามบุคคล เว็บไซต์ และการแสดงความคิดเห็น "โดยสันติ" และเจาะจงขอให้ปฏิรูปกฎหมายที่ว่าด้วยการหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ เพื่อป้องกันการข่มเหงรังแก ซึ่งผู้เขียนอ้างว่าอาจจะทำลายชื่อเสียงเกียรติภูมิของประเทศไทยและพระมหา กษัตริย์ ยิ่งกว่านั้น ผู้เขียนจดหมายยังเรียกร้องให้มีการถอนฟ้องผู้ต้องหาว่าหมิ่นประมาทพระมหา กษัตริย์ และให้ปล่อยตัวผู้ที่ต้องคำพิพากษาแล้ว โดยเหตุผลว่าคนเหล่านั้น "ถูกกล่าวหาดำเนินคดีเพราะแสดงความคิดเห็นของตน" ซึ่งไม่ควรถือเป็นอาชญากรรม

การ ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยแบบมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า constitutional monarchy นั้น ถ้าแปลตรงๆ ตามคำภาษาอังกฤษก็ควรจะแปลว่าระบอบราชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ คือเป็นระบอบที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข แต่พระมหากษัตริย์ไม่ทรงมีพระราชอำนาจอย่างสมบูรณ์ ไม่เป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์ (absolute monarchy) แต่พระราชอำนาจถูกจำกัดโดยรัฐธรรมนูญ

รัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตยนั้นเป็นกฎหมายแม่บท สะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชน โดยผ่านรัฐสภา ใน พ.ศ.2475 เมื่อ "คณะราษฎร์" ทำการปฏิวัติสำเร็จ และยึดอำนาจการปกครองจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ กลุ่มผู้ยึดอำนาจเองเห็นว่า เมืองไทยยังต้องมีพระมหากษัตริย์เพราะฉะนั้น จึงเปลี่ยนระบอบการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบราชาธิปไตย ตามรัฐธรรมนูญ

ตั้งแต่นั้นมาจนถึงบัดนี้ รัฐธรรมนูญไม่ว่าฉบับใด ร่างโดยใคร ก็ยังธำรงระบอบนี้เอาไว้ แสดงว่าประชาชนคนไทยทั้งชาติยังเคารพสักการะและต้องการให้พระมหากษัตริย์ทรง เป็นประมุขอยู่ รัฐธรรมนูญจึงต้องสะท้อนความเคารพสักการะนั้น และจึงต้องระบุไว้ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับว่า พระมหากษัตริย์ทรงเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้

มาตรา 112 ในประมวลกฎหมายอาญา ที่ว่าด้วยการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ก็เป็นไปตามนัยของรัฐธรรมนูญ หรือเจตนารมณ์ของประชาชนนั่นเอง

ใครที่อยากล้มระบอบราชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญย่อมทำได้ง่ายนิดเดียว ด้วยการเขียนรัฐธรรมนูญเสียใหม่ อย่าให้มีพระมหากษัตริย์แต่ที่ทำไม่ได้ก็เพราะประชาชนคนไทยทั้งชาติ เขายังเคารพสักการะ เห็นความสำคัญ และยังต้องการให้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอยู่ เมื่อการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ให้มีบทบัญญัติเช่นนั้นทำไม่ได้ ผู้ต้องการล้มระบอบราชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญก็ย่อมต้องหาและใช้กลวิธีอื่นที่ มันนึกว่าลึกซึ้ง แนบเนียน และแยบยลกว่า เช่นอาศัยหรือจ้างสื่อและ "นักวิชาการ" ต่างชาติหรือครึ่งชาติ ที่ขายข่าว ขายตัว หรือขายชาติ เรียกร้องสิทธิเสรีภาพโดยอ้างแบบหรือวัฒนธรรมต่างชาติ หรือพูดให้เป็นข่าว เพื่อให้เข้าใจผิดๆ ว่าพระมหากษัตริย์ทรงมีพระราชอำนาจสมบูรณ์ อาจพระราชทานอภัยโทษให้ได้ แม้แก่อาชญากรที่กระทำความผิดแล้วหลบหนีคดีอาญา
หรือพูดให้เป็นข่าว เพื่อให้เข้าใจผิดๆ ว่า พระมหากษัตริย์ทรงมีพระราชอำนาจสมบูรณ์ อาจลบล้างได้แม้คำพิพากษาของศาลยุติธรรม ที่พิพากษาลงโทษอาชญากรไปแล้ว

คนไทยที่ยังเคารพสักการะ มีศรัทธา และเชื่อว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นหลักประกันประชาธิปไตยและความสงบสุขของ บ้านเมือง จึงควรตระหนัก ตื่นตัว ไม่นิ่งดูดาย และต้องติดตามจับตาดูพฤติการณ์เช่นว่านี้ให้ใกล้ชิด

ในขณะเดียวกัน ก็จะต้องทำทุกวิถีทุกวิธี ที่จะผดุงธำรงระบอบประชาธิปไตยแบบมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขเอาไว้ ด้วยการเปิดเผยตัว แสดงความเห็น ตอบโต้ด้วยเหตุผล และเผยแพร่เหตุผลของตน เผยแพร่พระบารมีและพระราชกรณียกิจแห่งพระมหากษัตริย์ ที่ได้พิสูจน์แล้วด้วยกาลเวลาว่า มีแต่คุณประโยชน์และไม่เคยเป็นโทษแก่บ้านเมือง

อย่ายอมให้คนอสัตย์ที่เรียกตัวว่าไทยแต่ใจทาส ทำลายสิ่งที่เราเชื่อว่ามีคุณค่าควรแก่การรักษาไว้คู่บ้านคู่เมืองได้
Offline
Sun, 17 Jan 2010, 1:02pm #2
kaweekai
TGO *
189
Registered: May, 2009
Last visit: Sat, 06 Mar
Posts: 36
http://www.tgocity.com/files/______________.jpg
Offline